วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

The Internet Explorer 6 Countdown

Internet explorer นั้นเป็นโปรแกรม web browser หรือที่เรารู้จักในฐานะเป็นโปรแกรมที่ใช้เล่นเน็ต อยู่คู่กับเรามาแต่ช้านานแล้ว เพราะว่ามันติดมากับ windows นั่นเอง และก็เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในช่วง windows XP ก็คือ internet explorer version 6 ที่หลายคนก็ใช้กันมาเป็นแฟนพันธ์แท้อย่างเหนียวแน่น เรียกว่า บางคนถึงขั้นใช้ version 7 8 ไม่เป็นเลยทีเดียว

สำหรับคนทำเว็บ ปัจจุบัน Internet explorer 6 กำลังเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะว่ามันคือจุดอ่อน ที่กำลังเป็นตัวถ่วงความเจริญของเทคโนโลยี website อันเนื่องมาจากด้วยความเก่าของมันด้วย และ microsoft เองก็ประกาศเลิกสนับสนุนมานานแล้ว แต่คนก็ยังใช้อยู่มาเรื่อยๆ อันเนื่องด้วยหลายเหตุผลครับ เท่าที่เห็นปัจจุบัน ยังใช้งานอยู่ตามบริษัทใหญ่ๆ หรือร้าน เน็ต เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงระบบ มันจะมีผลกระทบหลายอย่างต่อการใช้งานในระบบเค้าเองครับ เลยยังปักใจใช้อยู่ เพราะว่าผมก็เจอมาแล้ว บริษัทข้ามชาติด้วยแหล่ะ ที่กำไรปีนึงหลัก ร้อยล้าน แต่ว่า office ยังใช้ internet explorer 6 อยู่... ด้วยความที่ IT เค้าไม่เปลี่ยนให้....

จากสถิติเดือนล่าสุด ก็น่าสนใจ เพราะว่า ปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้ใช้งาน IE6 อยู่ประมาณ 10.97% สำหรับประเทศไทยใช้อยู่ประมาณ 10.43% (และแนวโน้มยังเป็นขาลง) ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากเพราะว่า เราจะได้ก้าวข้ามข้อจำกัดที่เราพบเจอกันมานานแสนนานเสียที

ถ้าสงสัยว่า ทำไม IE6 ถึงเป็นปัญหาก็จะอธิบายให้ฟังโดยละเอียดครับ แต่ถ้ารู้อยู่แล้วก็ข้ามไปได้เลย ผมจะขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นปัญหากับผู้พัฒนา application online (เช๋น web site, web application ) และอีกส่วนคือปัญหากับผู้ใช้งาน IE6 เอง

เริ่มต้นปัญหาที่กระทบกับผู้พัฒนา application online ก่อน เนื่องด้วย IE6 มันเก่ามากๆ ยุคที่มันเกิดขึ้นมายังไม่รู้จักเทคโนโลยีที่เราใช้กันจนเป็นเรื่องธรรมดาในตอนนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ AJAX เอย CSS เอย ดังนั้นการเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ IE6 ก็มักจะทำงานผิดพลาดเสมอๆซึ่งเป็นที่น่าปวดหัวของคนทำเว็บเพราะว่าต้องมาคอยแก้ไขให้ทุกคนใช้งานได้ ไม่ใช่บังคับให้คนเล่นไปใช้ browser อื่น... นั่นส่งผลต่อการพัฒนา เพราะว่าคนทำก็ไม่อยากทำอะไรใหม่ๆเดี๋ยวของเก่าใช้ไม่ได้ ยิ่งประเทศไหนใช้ IE6 เยอะๆ ประเทศนั้นยิ่งพัฒนาช้าลงไปอีกเพราะว่าถ่วงกันไปมาอยู่นั่นเอง

ส่วนปัญหาที่กระทบต่อ user ก็คือ อายุที่แก่มาก และ microsoft ก็เลิก update หรือ support อย่างเป็นทางการไปนานหลายปีแล้ว ทำให้มีคนค้นพบช่องโหว่เป็นจำนวนมากมายที่ไม่มีใครแก้ไข หรือมี แต่ผู้ใช้เองก็กลับไม่รู้หนทางแก้ไข ทำให้ผู้ที่ใช้งาน IE6 มักจะถูกโจมตีในรูปแบบต่างๆอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น malware , spyware การโดนล้วงข้อมูล ฯลฯ สารพัดจะโดน แต่หลายครั้งผู้ใช้ก็ไม่ได้รู้ตัวเลย

ตอนนี้ microsoft ที่เป็นเจ้าของ IE6 ก็ทำเว็บขับไล่ใสส่งออกมาอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ ดูได้ที่ http://www.ie6countdown.com/ นั่นเป็นการประกาศเจตนารมย์อย่างชัดเจนว่า เจ้าของเองก็ไม่เอา คนที่เอาก็คงจะเหลือแต่เพียงคนข้ามยุคมาจาก ยุคหินของ computer นั่นแหล่ะครับ
No comments

เน็ตแร็วดีหรือช้ากว่าที่ควรจะเป็นกัน?

SNR Margin คือค่าสัญญาณที่ส่งได้ ว่ามากน้อยแค่ไหน ในขณะที่มีคลื่นแทรก เปรียบเหมือนกับ ในห้องที่เปิดเพลงดัง แล้ว คุณคุยกับเพื่อนรู้เรื่องมากแค่ไหนโดยใช้ระดับเสียงเท่าเดิมตลอด รู้เรื่องมาก ก็จะได้ค่า SNR Margin สูง หากรู้เรื่องน้อย ก็จะได้ SNR Margin ต่ำ ซึ่งค่าที่ปกติจะประมาณนี้

    6bB. หรือต่ำกว่า = แย่มาก ส่งผลให้ไม่สามารถเชื่อมต่อ internet ได้เลย หรือ เชื่อมได้ก็เล่นไม่ได้ เราจะพบว่า ไฟ ADSL ที่หน้าเครื่อง กระพริบ หรือ ไม่ synce กัน
    7dB-10dB. = ต่อไม่ค่อยติด ถ้าติดก็ช้ามากๆ
    11dB-20dB. = ยังพอเล่นได้ แต่ว่าจะมีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อเป็นระยะๆ หรือหลุดได้
    20dB-28dB. = ค่าปกติ ที่ควรจะได้
    29dB. or above = ดีมากหากสูงมากๆ ก็จะทำให้ maximum speed ดีขึ้นด้วย เช่นอาจจะเล่นได้ถึง 16 Mbps (ค่าความเร็วสูงสุดของสายที่จะใช้ได้)

ส่วนอีกค่า คือ  Attenuation เป็นความสุญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับระยะทางที่ห่างจากชุมสาย ยิ่งห่างมาก หรือมีความสูญเสียมากขึ้น ก็จะทำให้ Attenuation มากขึ้น และหาข้อมูลได้ดังนี้

    20bB. and below = ดีมากหากสูงมากๆ ก็จะทำให้ maximum speed ดีขึ้นด้วย เช่นอาจจะเล่นได้ถึง 16 Mbps (ค่าความเร็วสูงสุดของสายที่จะใช้ได้)
    20dB-30dB. = ค่าปกติที่ควรได้
    30dB-40dB. = ใช้ได้
    40dB-50dB. = ไม่ค่อยดี
    50dB-60dB. = จะทำให้มีปัญหาการเชื่อมต่อได้
    60dB. and above = อาจจะเล่นไม่ได้ หรือต่อไม่ติดเลย


ก็สรุปได้ว่า เราต้องทำให้ SNR Margin สูงๆ และ Attenuation ต่ำๆ เน็ตเราจึงจะเสถียร

สาเหตุที่บ้างคนได้ค่าไม่เท่ากันเกิดมาจากสายสัญญาณ มีสัญญาณรบกวน ให้รีบเปลี่ยนสายใหม่ ลองต่อตรงๆโดยไม่ผ่านตัวแยกดู ถ้ายังไม่ได้อีกให้ปรึกษาช่างเลยครับผมม
No comments

computer ที่ว่าง่าย แต่ว่ายาก การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับงาน

หากเวลาที่เราเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แน่นอนที่สุดว่า เราต้องการให้มันทำงานได้อย่างรวดเร็วดังใจ ยิ่งเร็วยิ่งดี จะได้ตอบสนองต่อการทำงานของเราเร็วๆ หากใครที่ใช้คอมพิวเตอร์มานานๆ จะรู้ว่าหลายครั้งที่เราต้องรอการทำงานในบางอย่างของคอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าคนที่ลงลึกๆก็จะรู้กันดี ว่าปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่ช้าๆนั้น ช้าที่การทำงานของ Harddisk ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนก็คือ การเปิดเครื่องเพื่อเข้าสู่ windows หรือการ shut down windows หรือการเปิดโปรแกรม (ไม่เว้นแม้กระทั่ง internet explorer, firefox) ก็ตามต่างต้องรอนานเลยทีเดียวกว่าจะเสร็จ

แต่มักจะสวนทางกับคนที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เพราะว่าคนที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ กลับมักจะเลือกที่ ความเร็วของ CPU เป็นหลักมาก่อนเลย แล้วตามด้วยความจุของ ram ความเร็วการ์ดจอ แล้วจึงค่อยมองไปถึงความจุ Harddisk โดยที่น้อยคนจะเลือกที่ความเร็ว Harddisk มาเป็นอันดับแรก ทั้งๆที่รู้ว่า สิ่งที่ทำให้คอมเราทำงานช้ามันก็คือ Harddisk นั่นเอง....

จริงๆแล้ว เราต้องมองการใช้งานคอมพิวเตอร์ และงบประมาณควบคู่กันเสมอ เพื่อให้จัดอุปกรณ์ออกมาได้ลงตัว เพราะว่าปัจจุบันสามารถจัด set ได้อย่างหลากหลายมาก มากเสียจนงง ทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ set มีความแตกต่างตั้งแต่ หลักพันบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท

ผมจะแบ่งแยกวิธีการเลือก ตามกลุ่มการใช้งานให้เข้าใจกันได้ง่ายๆครับ ดังนี้
  •     เน้นทำงานเอกสาร และทำงานทั่วไป ที่ใช้คอม - พฤติกรรม ก็จะวนเวียนแถวๆ เปิดโปรแกรม ปิดโปรแกรม เปิดเอกสาร เล่น internet บ้าง ถ้าแบบนี้ ให้เลือก ความจุ harddisk มาก่อน ไม่น้อยกว่า 500GB ตามด้วย ram ที่ไม่ต่ำกว่า 2 GB CPU ก็ 2 core ขึ้นไปครับ การ์ดจอ ไม่จำเป็นครับ
  •     เน้นทำงาน program - พฤติกรรมจะโหดขึ้นมาอีกขั้น เพราะว่าจะต้องเปิดโปรแกรมเยอะ และเป็นโปรแกรมที่กินแรมทั้งนั้น รวมทั้งต้องมีการประมวลผล ในระดับค่อนข้างสูง แบบนี้แนะนะ เน้น Harddisk เป็นแบบ SSD มาก่อนเลย(ไม่ใช่ harddisk ธรรมดา) รวมทั้งมี harddisk ธรรมดาพ่วงด้วย เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเก็บงาน จากนั้น ram ต้องไม่น้อยกว่า 3 GB และ CPU ก็ควรเริ่มที่ 3 Core ขึ้นไป การ์ดจอไม่จำเป็นอีกเช่นกัน
  •     เน้นทำงาน design ภาพ 2 มิติ - อันนี้จะเป็นออกแบบรูปภาพ โปสเตอร์ แผ่นพับ ฯลฯ ให้เน้น CPU มาก่อน แนะนำที่ 4 Core ขึ้นไป Ram ที่ 4 GB ขึ้นไป (ถ้าสามารถใช้ระบบ 64 bitได้ ก็แนะนำให้ใช้ครับ ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น) และ Harddisk ที่ความจุไม่น้อยกว่า 750 GB ถ้าไม่อยากโหลดโปรแกรมนานๆ ก็เลือก SSD เพิ่มได้ครับ
  •     เน้นเล่นเกมส์ - พฤติกรรมคือ เกมส์ต้องเร็ว แรง ไม่กระตุก ซึ่งจะเกิดจากความสัมพันธ์ของ CPU + การ์ดจอ ดังนั้น CPU ต้องไม่น้อยกว่า 4 Core และ การ์ดจอมี RAM GDDR5 ไม่น้อยกว่า 1 GB ทำงานที่ 128 Bit และ Ram ที่ไม่น้อยกว่า 3 GB
  •     เน้นทำงาน design 3 มิติ - อันนี้เรียกได้ว่าขั้นเทพของการใช้งานในระดับ end user แล้วล่ะครับ เพราะว่าใช้ทรัพยากรทั้งระบบสูงมากมาย CPU ต้องอย่างน้อย 4 Core แท้ (hyperthread ไม่เอา) RAM ไม่น้อยกว่า 6 GB Harddisk ควรทำ RAID 10 ขนาดต่อลูก 1 TB

ตามที่เขียนไปนะครับ ว่าเป็นขั้นต่ำที่แนะนำ แต่... ไม่ได้หมายความว่าต่ำกว่านี้จะใช้งานไม่ได้ แต่ที่แนะนำนี้คือที่เหมาะสมกับปัจจุบันครับ เพราะว่าถ้าน้อยกว่านี้ก็ไม่ไหวแล้ว มันจะเริ่มช้าแล้ว หรือว่า ใช้ไม่นาน ก็เริ่มอยากจะได้ของใหม่อีก ทำให้สิ้นเปลืองเงินมากขึ้น หรือไม่อย่างนั้น เราอาจจะต้องใช้คอมที่ช้ากว่าคนอื่นๆไปอีกนานจนกว่าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่เลยครับ

ทั้งนี้ อย่างที่บอกว่าการจัดชุด เป็นทั้ง ศาสตร์ และ ศิลป ดังนั้น การจะหยิบจับในแต่ละชิ้นส่วนเข้ามาประกอบร่างกันนั้น ควรที่จะเลือกอย่างชาญฉลาดเป็นอย่างยิ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่ง case ครับ เพราะว่าเมื่อก่อน ผมไม่เคยสนใจเลย ว่าเคส มันจะเป็นแบบไหน ขอแค่ใส่อุปกรณ์ได้หมด หน้าตาสวย ราคาไม่แพง เป็นใช้ได้ แต่ในความจริงแล้ว แค่เรื่อง case ก็มีอะไรให้ค้นหาได้มากกว่านั้นครับ ยกตัวอย่าง ก็คือเวลาที่เราเปิดฝาเคสออกมา เราจะพบว่า แต่ละยี่ห้อ เปิดยากง่าย ต่างกัน รวมทั้งใครที่ใช้คอมมานานๆ ได้มีโอกาสเปิดฝาเคสบ้าง ก็จะพบการสึกหรอได้อย่างรวดเร็วในเคสราคาถูก บางเคสถึงกับเบี้ยวไปเลยก็มี หรือว่าเขี้ยวล็อคหัก ก็ว่ากันไปตามแต่ละเครื่อง

ถ้าเราอยากมีคอมพิวเตอร์ที่ดีๆ ใช้งานกันไปนานๆ แนะนำให้ทำการศึกษาอย่างละเอียดครับ เพราะว่าคอมพิวเตอร์ไม่เหมือนกับมือถือเลย ที่เวลาเค้าขาย iphone 4 เราจะขอเปิดเครื่องมาเพิ่มแรม แบบนี้เราทำไม่ได้ครับ แต่คอมพิวเตอร์ทำได้ และเรื่องพวกนี้แหล่ะ ที่จะส่งผลต่อการทำงานในระยะยาวด้วย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เอาอย่างง่ายๆเลย หากเราไม่คิดอะไรมาก เราก็ซื้อ power supply สัก 750 watt สักตัวหนึ่ง (ที่คิดว่าเครื่องเราใช้ไม่เกิน) แต่ปรากฏใช้ไปๆมาๆเครื่องพัง mainboard พัง เพราะว่า power supply เขียนว่า 750 watt แต่จริงๆแล้วเป็นของไม่ได้มาตรฐาน ราคาถูกจ่ายไฟขาดๆเกินๆ ก็พังไปในที่สุด(พังทั้งเครื่องนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ power supply)

 ทุกชิ้น ควรละเมียด คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มีอุปกรณ์ที่ดีๆใช้กับเราไปนานๆครับ สำหรับคนที่มีความรู้ แนะนำให้ศึกษา โดยต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้น มีเพื่ออะไร ทำไมต้องใช้ชิ้นนี้ ทำไมต้องรุ่นนี้ ยี่ห้อ นี้ โดยตอบในเชิง technical นะครับ แบบชอบรุ่นนี้ , หน้าตาดูดี, กล่องสวย แบบนี้ไม่เอาครับ

แต่สำหรับคนที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีเวลา ให้หาคนที่รู้เรื่องจริงๆ และลึกๆ มาช่วยดูครับ จะเร็วกว่า และไม่เสียเวลา

ปัจจุบัน จะมี 2 สาย คือ สาย Intel และ สาย AMD ซึ่งเค้าจะถนัด และรอบรู้ไปในคนละเทคโนโลยีของแต่ละค่ายครับ แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ตอนนี้ผมแนะนำ AMD ครับ เพราะว่า ถ้าเอามาเทียบประสิทธิภาพ ต่อราคาที่จ่าย  AMD ชนะครับ เนื่องจากว่า Intel เราต้องจ่ายค่าโฆษณาให้เค้าด้วย น่าจะเคยเห็นตามโทรทัศน์กันบ้าง และอีกประเด็นที่ค่อนข้างเป็นประเด็นที่แตกต่างก็คือ Intel เปลี่ยน platform บ่อยมาก มากเกินไปล่ะครับ การเปลี่ยน platform มันแปลว่าเครื่องท่านล้าสมัยทันที อุปกรณ์ชิ้นหลักๆ จะเอาไปใช้ร่วมกับของใหม่ไม่ได้ ส่งผลให้เวลาใช้ไปนานๆ แล้วเสียจะหาอะไหล่ไม่ได้ แต่ฝ่าย AMD กลับไม่ใช่ คนที่เค้าใช้ computer AMD มานาน 3 ปี ยัง upgrade CPU มาใช้รุ่นใหม่ๆที่ออกได้ไม่นานมานี้ได้อยู่เลย.... นี่ล่ะครับ คือความต่าง(อย่างเห็นได้ชัด)

และสำหรับใครที่ว่า AMD ร้อน ก็ล้าสมัยแล้วน่ะครับ ถือว่าเป็นคนยุคเก่า เพราะว่าปัจจุบัน "ร้อนพอๆกันครับ" ต้องซื้อ Heatsink ใหม่เข้าช่วย เห็นไหมครับ เรื่องเล็กๆแม้กระทั่ง Heatsink ก็ยังต้องพิจารณาเลย.... ไม่เป็นทั้ง ศาสตร์และศิลปเห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะครับ

แต่สำหรับ notebook อาจจะพิจารณาอะไรได้ไม่มาก เนื่องจากตัวเลือกมีจำกัด ก็คล้ายกับการซื้อมือถือนั่นล่ะครับ


อันนี้เครื่องผมเอง 5555
No comments

virus RECYCLER ที่ไม่ใช่ไวรัส!!

หากท่านเป็นคนนึงที่ใช้ computer โดยที่มักจะสั่งให้ window โชว์ hidden file เอาไว้ล่ะก็ มักจะประสบพบเจอ RECYCLER แฟ้มแน่นอน ซึ่งหลายคนรวมทั้งผม เข้าใจว่ามันคือไวรัส แต่ความเป็นจริง ไม่ใช่ แถมยังเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวทำลายหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับเครื่องอีก ต่างหาก

เรื่องนี้มันเริ่มต้นจากที่ผมได้ format คอมใหม่ แล้วก็ลงโปรแกรมต่างๆนาๆ แล้วสังเกตุเห็นว่ามีแฟ้ม RECYCLER โผล่ขึ้นมา ซึ่งทำให้ผมงงมากว่ามันมีได้อย่างไร (มีตอน format เสร็จยังไม่ถึงครั้งชั่วโมง)เพราะว่า flashdrive ผมไม่ได้ติดไวรัสแน่นอน อันนี้กล้ารับประกัน แต่นั่นก็ทำให้ได้แต่เก็บเอาความสงสัยเอาไว้ เพราะว่าถ้าไปถามใครก็ต้องบอกว่า VIRUS แน่นอน.... ซึ่งผมเองก็คิดอย่างนั้นล่ะนะ.... แต่ผมสังเกตุว่าเจ้าตัวนี้มันไม่ได้ทำอะไรร้ายแรงให้กับเครื่อง หลังๆเลยทำเป็นมองไม่เห็นไม่สนใจมันบ้าง......

แต่แล้ว มาวันนี้ ไม่รู้อะไรก็ทำให้ผมคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก และจะรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะว่าเริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อย ประกอบกับพฤติกรรมของมันไม่ใช่ virus ซะเท่าไรเลย (คือไม่สร้างความเสียหาย ไม่ทำลาย ไมพบการแพร่กระจาย)

ว่าแล้ว Google ช่วยท่านได้แต่จากการคุ้ย ก็จะเจอแต่บอกว่ามันคือ ไวรัสอย่างนั้นอย่างนี้ แต่นั่นคือคนไทยครับ ผมเลี่ยงไปค้นเนื้อหาจากต่างประเทศ ก็พบเลย ว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่ virus เลย แต่มันคือส่วนนึงของ window ด้วยซ้ำไป อันนี้ผมค้นมาจาก microsoft เองเลยครับ

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า RECYCLER เนี่ย มันเป็นญาติกับ Recycle Bin ครับ ก็คือถังขยะของคอมพิวเตอร์เรานั่นล่ะ โดยที่หน้าที่ของ RECYCLER นี้มันจะใช้สำหรับการเก็บขยะที่ตกมาจากถังขยะ หรือจาก Recycle Bin อีกที ซึ่งจะเจอได้บน NTFS system file เท่านั้นครับ โดยที่ ทาง Microsoft บอกว่า RECYCLER มันจะบรรจุ recycle เอาไว้อีกทีนึง และนี่คือเหตุผลที่ช่วยยืนยันได้ว่า เมื่อเราลบไฟล์ทิ้งแล้ว ลบจากถังขยะออกด้วย แต่ทำไมเราจึงยังใช้โปรแกรมกู้ขึ้นมาได้ นั่นล่ะครับ

จากนี้ไป ทุกท่านก็จะได้ทราบกันแล้วนะครับ ว่า recycler มันไม่ใช่ไวรัส และจะได้ไม่ต้องตกใจไม่ต้องวิ่งหาวิธีลบมันอีก เพียงแต่ว่ามันจะเก็บไฟล์ที่เคยลบทิ้งเอาไว้ ดังนั้นถ้าเห็นขนาดมันใหญ่ๆก็ลบมันทิ้งไปได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรครับ

แต่!!! ดูให้ดีนะครับ เพราะว่า RECYCLER ที่เราพูดกันตลอดบทความนี้ ต้องเป็นแฟ้มที่ชื่อ RECYCLER เท่านั้น แต่ถ้าเป็นแฟ้มหรือโปรแกรมที่ชื่อ RECYCLER.EXE อย่างนี้ virus ชัวร์ๆครับ

และเรื่องของ Virus RECYCLER ก็จบด้วยประการนี้เอง....
No comments

Error คือสิ่งไม่ดีจริงหรือ

สำหรับบทความนี้ก็จะกล่าวถึงข้อความ Error ต่างๆนะครับ ที่เกิดขึ้นมาให้เราพบเจอ บางคนที่เจอนี่อาจจะถึงกับเหงื่อแตกเลยก็ได้ เพราะนั่งตกใจ คิดว่าคอมเราเป็นอะไรไปแล้ว หรือเว็บเรานั้นเป็นอะไรทำใมทำงานผิดปรกติ

ความจริง Error นั้น มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด.... เนื่องจากว่า คอมพิวเตอร์นั้น มันไม่ได้ฉลาด และมีการตัดสินใจปัญหาที่ดีเท่าคน แต่มันจะทำงานโดยที่มีคนชี้ให้ทำ มันก็จะทำตามนั้น แต่ปัญหาก็คือ ถ้าเราชี้ทางให้มันผิด มันก็จะทำงานผิดไปด้วยเช่นกัน

Error ไม่ดีอย่างไร? คำถามนี้ตอบไม่ยาก ก็เพราะว่าคงไม่มีใครจะอยากเจออย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าเจอแล้ว อาจจะทำให้เว็บ หรือโปรแกรมต่างๆที่ใช้งานนั้นมันไม่สามารถทำงานต่อได้ แต่หากพิจารณากันดีๆแล้ว จะว่ามันไม่ดีทั้งหมดเลย ก็คงไม่ค่อยถูกนัก
ยังไม่พอแค่นั้น ยังแนะวิธีการแก้ไขไว้อีกด้วย

ช่วยเราได้อย่างไร? ไม่น่าเชื่อแต่เรื่องจริง ที่ Error หลายคนไม่อยากเจอ แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากจะเจอเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่ทดสอบในรอบสุดท้าย เพื่อทดสอบหา Bug เค้าจะพยายาม Input ต่างๆให้สุดพิศดาร เพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่มี Error หากจะมีก็ควรมีช่วงนี้เพื่อที่จะได้รีบแก้ไขก่อนนั่นเอง

ในความเป็นจริง สิ่งที่ซ่อนอยู่ในข้อความ Error นั่นก็คือ สิ่งช่วยเหลือที่จะช่วยงานเราให้สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านั้นได้ ซึ่งหากเป็นคนทำเว็บ ที่พัฒนาด้วยภาษา PHP เองก็ย่อมเชื่อได้ว่า ไม่เคยมีใครที่ไม่เคยเจออย่างแน่นอน แต่ว่า ถ้าเราพิจารณากันเข้าไปแล้ว Error นั้นมันมักจะบอกสิ่งที่เราทำผิด และสิ่งที่เราควรแก้ไขเสมอ หากไม่เชื่อ คุณลองเปิดสคริปขึ้นมา แล้วลบเครื่องหมาย ; ที่จุดใดก็ได้ของสคริป save>>run ดูสิครับ แล้วจะทราบว่ามันบอกเราอย่างไรบ้าง

ไม่ควรตกใจเกินกว่าเหตุ หากเมื่อเจอ Error ใดๆก็ตาม บางคนที่ถึงกับทำอะไรต่อไม่ถูก อับจนหมดหนทาง มืดแปดด้านเลยก็มี แต่อยากให้ลองอ่านข้อความ error นั้นสักหน่อย จะช่วยงานคุณได้ดีมากขึ้น

ลองดูนะครับ Error ไม่ได้น่ากลัวอยางที่คิด
No comments

RSS คืออะไร อยากรู้ตามมาดู

จะว่าไปแล้ว เทคโนโลยีนี่ ก็ทำให้อะไรง่ายขึ้นเยอะเลยนะครับ อย่างนึงที่เข้ามาช่วย webmaster นั่นก็คือ RSS นั่นเอง หลายคนอาจจะสงสัย ว่า RSS คืออะไร RSS ก็ย่อมาจาก Really Simple Syndication หรือ Rich Site Summary เป็นรูปแบบในการนำเสนอข่าวหรือบทความ ให้อยู่ในรูปแบบมาตราฐาน xml เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารใหม่ๆได้ทันที

พอจะเข้าใจไหมครับ ถ้าไม่เข้าใจ ไม่เป็นไร ผมจะอธิบายต่ออีกที ว่า RSS คืออะไร ครับ

ในความคิด และเท่าที่ผมเองก็ได้สัมผัสมานะครับ และเป็นการอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ RSS คือ การดึงข่าว หรือ ข้อมูล หรือบางอย่าง ที่ทางผู้พัฒนา (ต้นฉบับ) เค้าเปลี่ยนแปลง โดยที่ ทางเรา(ผู้เสนอ หรือ แสดง) ก็เปลี่ยนในทันทีโดยอัตโนมัติ เช่น ผมทำเว็บ RSS-A(ชื่อสมมุติ) ซึ่ง ในเว็บมีบริการ RSS ด้วย แล้วเพื่อนผม เค้าทำเว็บ RSS-B เค้าก็มาเอา RSS จากเว็บผมไปใช้ ในเว็บเค้า และเมื่อผม Update เนื้อหา RSS ในเว็บผม ในส่วนของ RSS ที่เว็บเพื่อนผม ก็จะถูก Update ไปด้วยในทันที โดยที่เพื่อนผมไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เอามาติดครั้งแรก แล้วก็จบเลย ที่เหลือ รอให้ผม หรือเว็บ RSS-A เป็นคนเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในส่วน RSS ต่อไปนั้นเอง

เห็นไหมครับ ว่ามันง่ายจริงๆ โดยจริงๆแล้ว RSS เค้าจะใช้ภาษาหลักๆเป็นโครงสร้างแบบ XML นะครับ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เป็นกลาง โดยใครที่จะเขียนโปรแกรม หรือส่วนการประยุกต์ต่างๆก็จะอาศัยโครงสร้างที่เป็นมาตรฐานของ XML ทำให้ข้อมูลชุดเดียวกันนั้นสามารถนำไปจัดรูปแบบได้หลายหลาก
No comments

เผยเครื่องมือ Google กำลังช่วย Hacker

เริ่มต้นจาก หลายคนอาจจะพอทราบอยู่บ้างว่า Google เนี่ย เค้าก็หวังดีกับเรา พยายาม ออก Tool ใหม่ๆมาให้เราใช้กันเรื่อย นอกเหนือจาก gmail หรือ google search ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำแล้ว ยกตัวอย่าง tool ที่ Google ออกมาแล้ว อาจจะเคยผ่านตากันบ้างเช่น Pisaca(จัดการรูปภาพ) Desktop(ระบบค้นหา ในเครื่องตัวเอง) Toolbar และอื่นๆอีกมากมาย

โดยเครื่องมือ ที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้ก็คือเจ้า Google Code Search นั่นเอง ที่กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือเจ้าปัญหาในระยะเวลาไม่นานนี้อย่างแน่นอน

สำหรับหลายคนอาจจะยังไม่รู้จักเจ้าเครื่องมือตัวนี้นะครับ เพราะว่ามันอยู่ใน LAB ของ google ครับ เครื่องมือหลายอย่างก็ยังอยู่ใน lab ทั้งนั้นแต่เราก็ได้ใช้กัน (เหมือนให้ลองใช้ครับ) อย่างเช่น Google mar หรือแผนที่บนดวงจันทร์ที่อาจจะเคยผ่านตากันไปแล้วบ้าง หรือ Google page ที่เป็นลักษณะให้เราเข้าไปสร้างเว็บส่วนตัวเองได้

เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องสำหรับเจ้า Tool เจ้าปัญหาตัวนี้กันต่อเลย นั่นคือ Google code search หรือสามารถไปดูหน้าตาอย่างเป็นทางการได้ที่นี่ http://www.google.com/codesearch

ซึ่งถ้าหากลองค้นดูในเครื่องมือนี้เนี่ย จะพบว่า มันสามารถแสดงโค้ดต่างๆได้ออกมาค่อนข้างลึกทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังดีที่ว่า โค้ดที่แสดงออกมานั้น มันจะแสดงมาจากไฟล์ในรูปแบบที่ถูกบีบอัดที่ถูกเก็บบนเว็บต่างๆนั่นเอง ไม่สามารถไปดึงโค้ดมาจากไฟล์ ภาษา PHP ที่เราๆท่านๆใช้งานกันอยู่ได้ ถึงกระนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่น่ากลัว

ลองนึกถึงตอนที่เราต้อง backup ฐานข้อมูลออกมาเป็นไฟล์ แล้วมีการเก็บไว้ที่ host ดูสิครับ แล้วถ้าเจ้า google code search มา index แล้วไปเก็บไว้ ถ้ามีคนมาค้นด้วย password มันจะเกิดอะไรขึ้น.....

ก็น่าจะเดาได้ไม่ยากนะครับ ฐานข้อมูลต่างๆของเว็บท่านก็จะรั่วไหลออกไปหมดทันที ด้วยความไม่ตั้งใจ แม้ว่าเราจะไม่เคยเอา URL ฐานข้อมูลบน hosting ไปบอกใครก็ตาม แต่อย่าลืมว่า มันคือ robot นะครับ ไม่ใช่คน ดังนั้น มันย่อมเจอแน่นอน

ดังนั้น จากเรื่องที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ ก็จะพยายาม สื่อถึงว่า ไม่ควรเก็บไฟล์ที่มีข้อมูลสำคัญต่างๆเอาไว้บน host โดยเด็ดขาด เพราะแม้ว่าคนจะไม่รู้ URL แล้วโหลดไม่ได้แล้ว แต่อย่าลืมว่าเจ้า robot ต่างๆที่มีมากมายบนอินเตอร์เน็ตมันมีการ access เว็บต่างๆที่ไม่เหมือนผู้ใช้งานแบบเราๆท่านๆนะครับ

ดังนั้นแล้ว หากไม่ป้องกันให้ดี วันนึงข้อมูลส่วนตัวของท่านอาจจะไม่เป็นข้อมูลส่วนตัวอีกต่อไป

ป.ล.บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อโจมตี google นะครับ แต่ว่าต้องการออกมาบอก เพื่อแจ้งเตือนทุกๆท่าน ให้ระวังการเก็บไฟล์ต่างๆไว้บน host เพราะที่คิดว่าปลอดภัยไม่มีใครรู้แต่วันนี้มันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นซะ แล้ว....
No comments

SPAM-สุดยอดขยะสารพัดรูปแบบบนอินเตอร์เน็ต

ว่าแล้วเราก็เริ่มต้นด้วยสาระวิชาการกันเลย ด้วยการไปถาม พี่ Google ของเรานั่นเองครับ ว่า"พี่ครับ SPAM มันคืออะไรเหรอ?" พี่เค้าก็ตอบมาเพียบเลยครับ มากมายเกินอ่านไหวเลย เอาที่เจ๋ง เท่าที่สามารถจับใจความมาได้เลยนั่น มันก็หมายความว่า

พี่ เค้าบอกว่า SPAM เนี่ย มันคือการส่ง อีเมล์ หรือการไปโพสต์ข่าวสารต่างๆ เข้าไปสู่เป้าหมาย ที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักกันมาก่อน หรือส่งไปยัง Mailing list ที่มีในมือนั่นเอง และพี่เค้ายังบอกต่ออีกว่า การส่งข่าวหรือจดหมายไปยังคนที่เค้าไม่ได้ต้องการ มันจะยังทำให้เกิดการเสียทรัพยากรระบบโดยเปล่าประโยชน์ และหลายๆบริษัท หลายๆกลุ่ม เค้าก็พยายามต่อสู้ฟาดฟันกับมันอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียดังกล่าว แต่เนื่องจากว่า ระบบอินเตอร์เน็ตมันเป็นระบบที่เป็นสาธารณะจึงยังไม่มีวิธีป้องกันที่สมบูรณ์แบบซะที จึงต้องรับเวรรับกรรม กันต่อไป....

เป็นไงบ้างครับ พอจะเข้าใจที่พี่เค้าพูดหรือเปล่า หากไม่เข้าใจ ผมจะอธิบายอีกรอบ ... คือเจ้า SPAM เนี่ย สำหรับผม มันก็คือ อีเมล์อะไรสักอย่างนึง ที่คนส่งมาเค้ามีจุดประสงค์บางอย่าง โดยที่ผมและคนส่งไม่ได้เคยมีความสัมพันธ์ใดๆกันมาก่อน เช่นไม่เคยไปสมัครเว็บ ไม่เคยให้อีเมล์ เหล่านี้เป็นต้น แต่เค้าส่งมา โดยส่วนใหญ่ที่เจอก็คือผลประโยชน์ทางการค้านั่นเอง ซึ่งเป็นที่น่ารำคาญมากๆ และเปลืองทรัพยากร อย่างที่พี่ google ว่านั่นแหล่ะ ...

บางคนอาจจะงง ว่าอะไร..ทรัพยากร แร่เหรอ? ไม่ใช่นะครับ ทรัพยากรที่ว่าก็คือ ระบบ อินเตอร์เน็ตที่ใช้นั่นแหล่ะ หากพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือคุณต้องเสียเวลาโหลด อีเมล์ที่คุณไม่ได้สนใจมากขึ้น (ความจริงมันมากกว่านั้น) ซึ่งคิดง่ายๆ หากคุณเปิดมาเจอเมล์ที่ยังไม่ได้อ่าน 20 ฉบับ ในนั้นเป็น SPAM 19 ฉบับ งาน 1 ฉบับ คุณจะรู้สึกอย่างไรครับ ....อันนี้คงไม่ต้องพูดกันมากอ่ะนะครับ เพราะว่าใครที่โดนก็คงรู้กันดีอยู่แล้วผมก็พูดเอาไว้ ณ ที่นี่เลยนะครับ ว่าโดยส่วนตัวผม และอีก 100% ของคนที่ผมรู้จัก ไม่มีใครที่ต้องการอีเมล์ขยะเหล่านี้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะว่ามันเป็นการเสียเวลามากที่ต้องมานั่งเปิดอ่าน แล้วยังไม่พอเท่านั้น นอกจากที่ว่าเค้าจะไม่พอใจแล้ว มันจะยังเป็นการ Dis Credit ของบริษัทหรืองานที่คุณทำอีกด้วย นั่นเพราะว่า คุณต้องพึ่งพาระบบที่คนอื่นเค้าไม่ต้องการในการโฆษณาตัวคุณ นั่นมันเลยหมายรวมไปด้วยว่า เค้าไม่ต้องการคุณด้วยนั่นเอง จะว่าไป การทำ SPAM มันมีหลายเทคนิค ที่ล้วนแต่ทำให้ชาวบ้านเค้าเกลียดกันหนักหนา

1.spam mail พวกนี้จะเหมือนตัวอย่างที่กล่าวมา คือ ส่งเมล์มั่ว สาดกระจายไปหาใครก็ไม่รู้ คนรับก็ด่าในใจกันทั่วหน้ากันไป
2.spam board ลักษณะจะเป็นพวก ชอนใชไปตามเว็บบอร์ดต่างๆ แล้วก็โพสต์ อะไร ตามที่ตนเองโพสต์โดยที่ไม่ได้สนเลยว่าบอร์ดนั้นเค้าคุยเรื่องไรกัน

อันนี้คนเล่นบอร์ดก็ได้แต่ตามสาปแช่งกันต่อไปและแอดมิน ก็ต้องเหงื่อตก นั่งตามลบกันต่อไป... ตราบใดที่คนไทย(นี่ล่ะตัวดี) ยังไม่มีจิตสำนึกกัน

ได้โปรดหยุดเถิดครับ ไม่ว่าคุณจะรู้หรือไม่ เพราะว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ขอให้หันมาใช้วิธีการตลาดแบบขาวสะอาดดีกว่าครับ เช่น ลงโฆษณาที่หน้าเว็บต่างๆที่เค้ามีมากมายทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจากจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายแล้วยังไม่เป็นการรบกวนระบบด้วยครับ เพราะว่า ทุกฝ่ายก็มีแต่ได้ ทั้งคุณ(ที่ทำธุรกิจ) ลูกค้า(ที่ต้องการคุณ) เจ้าของเว็บ(ที่ได้เอาเงินมาพัฒนาเว็บต่อไป)ยังไงร่วมมือ ร่วมใจกันต่อต้านนะครับ ด้วยการช่วยกันเผยแพร่บทความนี้ไปเรื่อย เพราะว่าอยากเห็นบ้านเมือง และอินเตอร์เน็ตเจริญไปในทางที่ถูกต้องครับ
No comments

เช็คลิงค์โหลดไฟล์ง่ายๆ

หลายๆคนคงจะรู้จักเวปบิทกันดีอยู่แล้วนะครับว่ามันคืออะไรถ้าใครยังไม่ทราบ ผมจะสรุปให้ดังนี้ครับ Bittorrent เป็นมาตรฐาน P2P (peer to peer) ที่ใช้เพื่อรับส่งไฟล์ระหว่างผู้ใช้ Internet ด้วยกัน เครื่องผู้ใช้จะติดต่อกับเครื่องของผู้ใช้อื่นเพื่อรับส่งชิ้นส่วนของไฟล์ จะมีเครื่องมือหนึ่ง หรือ โปรแกรม (เรียกว่า Tracker) ทำหน้าที่เป็นตัวจัดระบบการสื่อสารระหว่างผู้ใช้เหล่านั้น(peers) ตัว Tracker จะทำหน้าที่จัดการเท่านั้น จะไม่มีข้อมูลของไฟล์ที่รับส่ง
ง่ายๆเลยนะครับ เครื่องคุณมี หนัง 1 เรื่อง ทำการให้เครื่อง A โหลด เครื่อง B ก็จะโหลดทีเดียวทั้ง 2 เครื่อง ทั้ง เครื่องคุณ และ A ตัวไฟล์ที่เครื่อง B ไม่มีเพราะเป็นการกระจายของข้อมูลจนกว่าจะโหลดครบ 100% เอาละนอกเรื่องมาพอแล้ว ใครต้องการข้อมูลลึกกว่านี้หาขอมูลได้ที่นี่ครับ คลิก มาว่าเรื่องที่จะบอกกันดีกว่า 555+ หลายท่านคงรู้จักเวปฝากไฟล์พวกรูปหรือไฟล์อื่นๆที่มีขนาดใหญ่ 100MB+ จนไปถึง เป็น GB เลยก็มีขึ้นอยู่กันเวปบริการรับฝาก ใครที่ใช้บริการคงจะมีปัญหาหนักอกหนักใจแน่ๆเกี่ยวกับเรื่องข้องลิงค์ต่างๆ ที่ไม่ทราบว่ามันยังโหลดได้อีกหรือเปล่า วันนี้ ผมมีวิธีจะมานำเสนอ เราสามารถเอา ลิงค์นั้นๆไปเชคได้ครับว่ามันยังโหลดได้หรือไม่ได้ ให้เข้าไปที่เวปนี้ครับ คลิก 







แค่นี้แหละครับง่ายๆทีหลังก็เอามาเช็คที่เวปได้เลยนะครับ เวปนี้มันสามารถเช็คได้หลายเวปครับตามนี่ครับ


วันนี้ขอแค่นี้ก่อนครับสวัสดี
No comments

การตั้งรหัสผ่าน จุดเริ่มต้นแห่งหายนะไม่ใช้เรื่องเล่นๆ

เรื่องความปลอดภัยหลายท่านอาจจะคิดว่ามันไม่สำคัญเลย งั้นลองนึกภาพตามผมนะครับ หากว่าท่านเป็นเจ้าของเว็บที่มีชื่อเสียงแห่งนึง ถ้ามีคนรู้รหัสของท่านมันจะเกิดอะไรขึ้น.... แน่นอนครับ เค้าต้องสามารถล็อกอินเข้าไปเพื่อจัดการหน้าที่หลายๆอย่างแทนเราได้อย่างแน่ นอนครับ ซึ่งในที่สุดเราอาจจะเสียหายได้อย่างมากมายเลยครับ หรือเอาที่เห็นภาพชัดกว่านั้น คือหากมีคนรู้รหัสผ่านที่เราใช้ล็อกอินเข้าระบบเป็นประจำได้จะเป็นอย่างไร ... เงินเราก็อาจจะหมดธนาคารไปได้อย่างภายในเวลาอันรวดเร็วได้ครับ จนเราอาจจะหมดเนื้อหมดตัวเลยก็เป็นได้ เมื่อก่อนผมก็มองไม่เห็นความสำคัญเรื่องพวกนี้หรอกครับ จนกระทั่งมาวันนี้ผมได้ใช้งานหลายๆส่วนที่ผมเคยพูดมาเลยเข้าใจและเห็นคุณค่า ของมันมาทันทีไงครับ เลยอยากออกมาเตือนกันก่อน

No comments

Categories

 
;