หากเวลาที่เราเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แน่นอนที่สุดว่า เราต้องการให้มันทำงานได้อย่างรวดเร็วดังใจ ยิ่งเร็วยิ่งดี จะได้ตอบสนองต่อการทำงานของเราเร็วๆ หากใครที่ใช้คอมพิวเตอร์มานานๆ จะรู้ว่าหลายครั้งที่เราต้องรอการทำงานในบางอย่างของคอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าคนที่ลงลึกๆก็จะรู้กันดี ว่าปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่ช้าๆนั้น ช้าที่การทำงานของ Harddisk ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนก็คือ การเปิดเครื่องเพื่อเข้าสู่ windows หรือการ shut down windows หรือการเปิดโปรแกรม (ไม่เว้นแม้กระทั่ง internet explorer, firefox) ก็ตามต่างต้องรอนานเลยทีเดียวกว่าจะเสร็จ

แต่มักจะสวนทางกับคนที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เพราะว่าคนที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ กลับมักจะเลือกที่ ความเร็วของ CPU เป็นหลักมาก่อนเลย แล้วตามด้วยความจุของ ram ความเร็วการ์ดจอ แล้วจึงค่อยมองไปถึงความจุ Harddisk โดยที่น้อยคนจะเลือกที่ความเร็ว Harddisk มาเป็นอันดับแรก ทั้งๆที่รู้ว่า สิ่งที่ทำให้คอมเราทำงานช้ามันก็คือ Harddisk นั่นเอง....

จริงๆแล้ว เราต้องมองการใช้งานคอมพิวเตอร์ และงบประมาณควบคู่กันเสมอ เพื่อให้จัดอุปกรณ์ออกมาได้ลงตัว เพราะว่าปัจจุบันสามารถจัด set ได้อย่างหลากหลายมาก มากเสียจนงง ทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ set มีความแตกต่างตั้งแต่ หลักพันบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท
ผมจะแบ่งแยกวิธีการเลือก ตามกลุ่มการใช้งานให้เข้าใจกันได้ง่ายๆครับ ดังนี้
ตามที่เขียนไปนะครับ ว่าเป็นขั้นต่ำที่แนะนำ แต่... ไม่ได้หมายความว่าต่ำกว่านี้จะใช้งานไม่ได้ แต่ที่แนะนำนี้คือที่เหมาะสมกับปัจจุบันครับ เพราะว่าถ้าน้อยกว่านี้ก็ไม่ไหวแล้ว มันจะเริ่มช้าแล้ว หรือว่า ใช้ไม่นาน ก็เริ่มอยากจะได้ของใหม่อีก ทำให้สิ้นเปลืองเงินมากขึ้น หรือไม่อย่างนั้น เราอาจจะต้องใช้คอมที่ช้ากว่าคนอื่นๆไปอีกนานจนกว่าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่เลยครับ
ทั้งนี้ อย่างที่บอกว่าการจัดชุด เป็นทั้ง ศาสตร์ และ ศิลป ดังนั้น การจะหยิบจับในแต่ละชิ้นส่วนเข้ามาประกอบร่างกันนั้น ควรที่จะเลือกอย่างชาญฉลาดเป็นอย่างยิ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่ง case ครับ เพราะว่าเมื่อก่อน ผมไม่เคยสนใจเลย ว่าเคส มันจะเป็นแบบไหน ขอแค่ใส่อุปกรณ์ได้หมด หน้าตาสวย ราคาไม่แพง เป็นใช้ได้ แต่ในความจริงแล้ว แค่เรื่อง case ก็มีอะไรให้ค้นหาได้มากกว่านั้นครับ ยกตัวอย่าง ก็คือเวลาที่เราเปิดฝาเคสออกมา เราจะพบว่า แต่ละยี่ห้อ เปิดยากง่าย ต่างกัน รวมทั้งใครที่ใช้คอมมานานๆ ได้มีโอกาสเปิดฝาเคสบ้าง ก็จะพบการสึกหรอได้อย่างรวดเร็วในเคสราคาถูก บางเคสถึงกับเบี้ยวไปเลยก็มี หรือว่าเขี้ยวล็อคหัก ก็ว่ากันไปตามแต่ละเครื่อง
ถ้าเราอยากมีคอมพิวเตอร์ที่ดีๆ ใช้งานกันไปนานๆ แนะนำให้ทำการศึกษาอย่างละเอียดครับ เพราะว่าคอมพิวเตอร์ไม่เหมือนกับมือถือเลย ที่เวลาเค้าขาย iphone 4 เราจะขอเปิดเครื่องมาเพิ่มแรม แบบนี้เราทำไม่ได้ครับ แต่คอมพิวเตอร์ทำได้ และเรื่องพวกนี้แหล่ะ ที่จะส่งผลต่อการทำงานในระยะยาวด้วย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เอาอย่างง่ายๆเลย หากเราไม่คิดอะไรมาก เราก็ซื้อ power supply สัก 750 watt สักตัวหนึ่ง (ที่คิดว่าเครื่องเราใช้ไม่เกิน) แต่ปรากฏใช้ไปๆมาๆเครื่องพัง mainboard พัง เพราะว่า power supply เขียนว่า 750 watt แต่จริงๆแล้วเป็นของไม่ได้มาตรฐาน ราคาถูกจ่ายไฟขาดๆเกินๆ ก็พังไปในที่สุด(พังทั้งเครื่องนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ power supply)
ทุกชิ้น ควรละเมียด คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มีอุปกรณ์ที่ดีๆใช้กับเราไปนานๆครับ สำหรับคนที่มีความรู้ แนะนำให้ศึกษา โดยต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้น มีเพื่ออะไร ทำไมต้องใช้ชิ้นนี้ ทำไมต้องรุ่นนี้ ยี่ห้อ นี้ โดยตอบในเชิง technical นะครับ แบบชอบรุ่นนี้ , หน้าตาดูดี, กล่องสวย แบบนี้ไม่เอาครับ
แต่สำหรับคนที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีเวลา ให้หาคนที่รู้เรื่องจริงๆ และลึกๆ มาช่วยดูครับ จะเร็วกว่า และไม่เสียเวลา
ปัจจุบัน จะมี 2 สาย คือ สาย Intel และ สาย AMD ซึ่งเค้าจะถนัด และรอบรู้ไปในคนละเทคโนโลยีของแต่ละค่ายครับ แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ตอนนี้ผมแนะนำ AMD ครับ เพราะว่า ถ้าเอามาเทียบประสิทธิภาพ ต่อราคาที่จ่าย AMD ชนะครับ เนื่องจากว่า Intel เราต้องจ่ายค่าโฆษณาให้เค้าด้วย น่าจะเคยเห็นตามโทรทัศน์กันบ้าง และอีกประเด็นที่ค่อนข้างเป็นประเด็นที่แตกต่างก็คือ Intel เปลี่ยน platform บ่อยมาก มากเกินไปล่ะครับ การเปลี่ยน platform มันแปลว่าเครื่องท่านล้าสมัยทันที อุปกรณ์ชิ้นหลักๆ จะเอาไปใช้ร่วมกับของใหม่ไม่ได้ ส่งผลให้เวลาใช้ไปนานๆ แล้วเสียจะหาอะไหล่ไม่ได้ แต่ฝ่าย AMD กลับไม่ใช่ คนที่เค้าใช้ computer AMD มานาน 3 ปี ยัง upgrade CPU มาใช้รุ่นใหม่ๆที่ออกได้ไม่นานมานี้ได้อยู่เลย.... นี่ล่ะครับ คือความต่าง(อย่างเห็นได้ชัด)
และสำหรับใครที่ว่า AMD ร้อน ก็ล้าสมัยแล้วน่ะครับ ถือว่าเป็นคนยุคเก่า เพราะว่าปัจจุบัน "ร้อนพอๆกันครับ" ต้องซื้อ Heatsink ใหม่เข้าช่วย เห็นไหมครับ เรื่องเล็กๆแม้กระทั่ง Heatsink ก็ยังต้องพิจารณาเลย.... ไม่เป็นทั้ง ศาสตร์และศิลปเห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะครับ
แต่สำหรับ notebook อาจจะพิจารณาอะไรได้ไม่มาก เนื่องจากตัวเลือกมีจำกัด ก็คล้ายกับการซื้อมือถือนั่นล่ะครับ
อันนี้เครื่องผมเอง 5555

แต่มักจะสวนทางกับคนที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เพราะว่าคนที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ กลับมักจะเลือกที่ ความเร็วของ CPU เป็นหลักมาก่อนเลย แล้วตามด้วยความจุของ ram ความเร็วการ์ดจอ แล้วจึงค่อยมองไปถึงความจุ Harddisk โดยที่น้อยคนจะเลือกที่ความเร็ว Harddisk มาเป็นอันดับแรก ทั้งๆที่รู้ว่า สิ่งที่ทำให้คอมเราทำงานช้ามันก็คือ Harddisk นั่นเอง....

จริงๆแล้ว เราต้องมองการใช้งานคอมพิวเตอร์ และงบประมาณควบคู่กันเสมอ เพื่อให้จัดอุปกรณ์ออกมาได้ลงตัว เพราะว่าปัจจุบันสามารถจัด set ได้อย่างหลากหลายมาก มากเสียจนงง ทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ set มีความแตกต่างตั้งแต่ หลักพันบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท
ผมจะแบ่งแยกวิธีการเลือก ตามกลุ่มการใช้งานให้เข้าใจกันได้ง่ายๆครับ ดังนี้
- เน้นทำงานเอกสาร และทำงานทั่วไป ที่ใช้คอม - พฤติกรรม ก็จะวนเวียนแถวๆ เปิดโปรแกรม ปิดโปรแกรม เปิดเอกสาร เล่น internet บ้าง ถ้าแบบนี้ ให้เลือก ความจุ harddisk มาก่อน ไม่น้อยกว่า 500GB ตามด้วย ram ที่ไม่ต่ำกว่า 2 GB CPU ก็ 2 core ขึ้นไปครับ การ์ดจอ ไม่จำเป็นครับ
- เน้นทำงาน program - พฤติกรรมจะโหดขึ้นมาอีกขั้น เพราะว่าจะต้องเปิดโปรแกรมเยอะ และเป็นโปรแกรมที่กินแรมทั้งนั้น รวมทั้งต้องมีการประมวลผล ในระดับค่อนข้างสูง แบบนี้แนะนะ เน้น Harddisk เป็นแบบ SSD มาก่อนเลย(ไม่ใช่ harddisk ธรรมดา) รวมทั้งมี harddisk ธรรมดาพ่วงด้วย เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเก็บงาน จากนั้น ram ต้องไม่น้อยกว่า 3 GB และ CPU ก็ควรเริ่มที่ 3 Core ขึ้นไป การ์ดจอไม่จำเป็นอีกเช่นกัน
- เน้นทำงาน design ภาพ 2 มิติ - อันนี้จะเป็นออกแบบรูปภาพ โปสเตอร์ แผ่นพับ ฯลฯ ให้เน้น CPU มาก่อน แนะนำที่ 4 Core ขึ้นไป Ram ที่ 4 GB ขึ้นไป (ถ้าสามารถใช้ระบบ 64 bitได้ ก็แนะนำให้ใช้ครับ ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น) และ Harddisk ที่ความจุไม่น้อยกว่า 750 GB ถ้าไม่อยากโหลดโปรแกรมนานๆ ก็เลือก SSD เพิ่มได้ครับ
- เน้นเล่นเกมส์ - พฤติกรรมคือ เกมส์ต้องเร็ว แรง ไม่กระตุก ซึ่งจะเกิดจากความสัมพันธ์ของ CPU + การ์ดจอ ดังนั้น CPU ต้องไม่น้อยกว่า 4 Core และ การ์ดจอมี RAM GDDR5 ไม่น้อยกว่า 1 GB ทำงานที่ 128 Bit และ Ram ที่ไม่น้อยกว่า 3 GB
- เน้นทำงาน design 3 มิติ - อันนี้เรียกได้ว่าขั้นเทพของการใช้งานในระดับ end user แล้วล่ะครับ เพราะว่าใช้ทรัพยากรทั้งระบบสูงมากมาย CPU ต้องอย่างน้อย 4 Core แท้ (hyperthread ไม่เอา) RAM ไม่น้อยกว่า 6 GB Harddisk ควรทำ RAID 10 ขนาดต่อลูก 1 TB
ตามที่เขียนไปนะครับ ว่าเป็นขั้นต่ำที่แนะนำ แต่... ไม่ได้หมายความว่าต่ำกว่านี้จะใช้งานไม่ได้ แต่ที่แนะนำนี้คือที่เหมาะสมกับปัจจุบันครับ เพราะว่าถ้าน้อยกว่านี้ก็ไม่ไหวแล้ว มันจะเริ่มช้าแล้ว หรือว่า ใช้ไม่นาน ก็เริ่มอยากจะได้ของใหม่อีก ทำให้สิ้นเปลืองเงินมากขึ้น หรือไม่อย่างนั้น เราอาจจะต้องใช้คอมที่ช้ากว่าคนอื่นๆไปอีกนานจนกว่าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่เลยครับ
ทั้งนี้ อย่างที่บอกว่าการจัดชุด เป็นทั้ง ศาสตร์ และ ศิลป ดังนั้น การจะหยิบจับในแต่ละชิ้นส่วนเข้ามาประกอบร่างกันนั้น ควรที่จะเลือกอย่างชาญฉลาดเป็นอย่างยิ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่ง case ครับ เพราะว่าเมื่อก่อน ผมไม่เคยสนใจเลย ว่าเคส มันจะเป็นแบบไหน ขอแค่ใส่อุปกรณ์ได้หมด หน้าตาสวย ราคาไม่แพง เป็นใช้ได้ แต่ในความจริงแล้ว แค่เรื่อง case ก็มีอะไรให้ค้นหาได้มากกว่านั้นครับ ยกตัวอย่าง ก็คือเวลาที่เราเปิดฝาเคสออกมา เราจะพบว่า แต่ละยี่ห้อ เปิดยากง่าย ต่างกัน รวมทั้งใครที่ใช้คอมมานานๆ ได้มีโอกาสเปิดฝาเคสบ้าง ก็จะพบการสึกหรอได้อย่างรวดเร็วในเคสราคาถูก บางเคสถึงกับเบี้ยวไปเลยก็มี หรือว่าเขี้ยวล็อคหัก ก็ว่ากันไปตามแต่ละเครื่อง
ถ้าเราอยากมีคอมพิวเตอร์ที่ดีๆ ใช้งานกันไปนานๆ แนะนำให้ทำการศึกษาอย่างละเอียดครับ เพราะว่าคอมพิวเตอร์ไม่เหมือนกับมือถือเลย ที่เวลาเค้าขาย iphone 4 เราจะขอเปิดเครื่องมาเพิ่มแรม แบบนี้เราทำไม่ได้ครับ แต่คอมพิวเตอร์ทำได้ และเรื่องพวกนี้แหล่ะ ที่จะส่งผลต่อการทำงานในระยะยาวด้วย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เอาอย่างง่ายๆเลย หากเราไม่คิดอะไรมาก เราก็ซื้อ power supply สัก 750 watt สักตัวหนึ่ง (ที่คิดว่าเครื่องเราใช้ไม่เกิน) แต่ปรากฏใช้ไปๆมาๆเครื่องพัง mainboard พัง เพราะว่า power supply เขียนว่า 750 watt แต่จริงๆแล้วเป็นของไม่ได้มาตรฐาน ราคาถูกจ่ายไฟขาดๆเกินๆ ก็พังไปในที่สุด(พังทั้งเครื่องนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ power supply)
ทุกชิ้น ควรละเมียด คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มีอุปกรณ์ที่ดีๆใช้กับเราไปนานๆครับ สำหรับคนที่มีความรู้ แนะนำให้ศึกษา โดยต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้น มีเพื่ออะไร ทำไมต้องใช้ชิ้นนี้ ทำไมต้องรุ่นนี้ ยี่ห้อ นี้ โดยตอบในเชิง technical นะครับ แบบชอบรุ่นนี้ , หน้าตาดูดี, กล่องสวย แบบนี้ไม่เอาครับ
แต่สำหรับคนที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีเวลา ให้หาคนที่รู้เรื่องจริงๆ และลึกๆ มาช่วยดูครับ จะเร็วกว่า และไม่เสียเวลา
ปัจจุบัน จะมี 2 สาย คือ สาย Intel และ สาย AMD ซึ่งเค้าจะถนัด และรอบรู้ไปในคนละเทคโนโลยีของแต่ละค่ายครับ แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ตอนนี้ผมแนะนำ AMD ครับ เพราะว่า ถ้าเอามาเทียบประสิทธิภาพ ต่อราคาที่จ่าย AMD ชนะครับ เนื่องจากว่า Intel เราต้องจ่ายค่าโฆษณาให้เค้าด้วย น่าจะเคยเห็นตามโทรทัศน์กันบ้าง และอีกประเด็นที่ค่อนข้างเป็นประเด็นที่แตกต่างก็คือ Intel เปลี่ยน platform บ่อยมาก มากเกินไปล่ะครับ การเปลี่ยน platform มันแปลว่าเครื่องท่านล้าสมัยทันที อุปกรณ์ชิ้นหลักๆ จะเอาไปใช้ร่วมกับของใหม่ไม่ได้ ส่งผลให้เวลาใช้ไปนานๆ แล้วเสียจะหาอะไหล่ไม่ได้ แต่ฝ่าย AMD กลับไม่ใช่ คนที่เค้าใช้ computer AMD มานาน 3 ปี ยัง upgrade CPU มาใช้รุ่นใหม่ๆที่ออกได้ไม่นานมานี้ได้อยู่เลย.... นี่ล่ะครับ คือความต่าง(อย่างเห็นได้ชัด)
และสำหรับใครที่ว่า AMD ร้อน ก็ล้าสมัยแล้วน่ะครับ ถือว่าเป็นคนยุคเก่า เพราะว่าปัจจุบัน "ร้อนพอๆกันครับ" ต้องซื้อ Heatsink ใหม่เข้าช่วย เห็นไหมครับ เรื่องเล็กๆแม้กระทั่ง Heatsink ก็ยังต้องพิจารณาเลย.... ไม่เป็นทั้ง ศาสตร์และศิลปเห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะครับ
แต่สำหรับ notebook อาจจะพิจารณาอะไรได้ไม่มาก เนื่องจากตัวเลือกมีจำกัด ก็คล้ายกับการซื้อมือถือนั่นล่ะครับ
อันนี้เครื่องผมเอง 5555


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น